해피 쏭크란 2018: 태국의 물축제를 즐기는 방법
March 26, 2018
thongyip foi thong
Marie Guimar: How An Ayutthaya Slave Rewrote Thai Dessert History
April 4, 2018

เอาใจสายฝ. 4 ที่เที่ยวห้ามพลาด! ตามรอยชาวต่างชาติในสยาม อ่านจบต้องไปกุฎีจีนด่วน

ช่วงนี้โซเชียลมีเดียมีแต่คนพูดถึงบุคคลสำคัญสมัยอยุธยากันอย่างหยุดไม่อยู่ ทั้งพี่หมื่นขวัญใจสาวๆ ทั้งฟอลคอน ท้าวทองกีบม้า หลวงศรียศ ฯลฯ ถึงขั้นไปขุดประวัติ สืบหาตัวตนจริงๆ ในหน้าประวัติศาสตร์มาอ่านกันอย่างสนุกสนาน TheAsia.com สังเกตว่าเพื่อนๆ ที่เดินทางไปเที่ยวย้อนรอยตัวละครที่ตนชื่นชอบ ต่างก็มุ่งหน้าไปทัวร์วัดไชยวัฒนาราม วัดมหาธาตุ และวัดดังเจ้าอื่นๆ กันอย่างต่อเนื่อง แต่ความจริงแล้วอยุธยาและจังหวัดอื่นๆ ยังมีสถานที่อีกมากมายที่มีความเกี่ยวข้องกับละครบุพเพสันนิวาสอย่างคาดไม่ถึง

วันนี้ TheAsia.com จึงขอนำเสนอ “4 ที่เที่ยวห้ามพลาด! ตามรอยชาวต่างชาติในสยาม” ใครปลื้มฟอลคอน ชอบหลวงศรียศ รักแม่มะลิ หรือมีใจให้ชาวต่างชาติคนไหนในละคร บอกได้เลยว่าต้องไปเที่ยวสถานที่เหล่านี้ให้ได้

 

1. วัดราชบูรณะ

   

หลายคนอาจสงสัย อ้าว! วัดราชบูรณะเกี่ยวอะไรกับชาวต่างชาติ? เกี่ยวแน่นอน แต่ก่อนอื่นขอเล่าประวัติวัดคร่าวๆ หน่อย

วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยเจ้าสามพระยา หรือราวๆ 600 ปีก่อน ถือเป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งนอกจากความเก่าแล้ว ยังมีไฮไลท์ที่ต่างจากวัดโบราณส่วนมาก นั่นคือเราสามารถเข้าไปในกรุขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลางวัดได้ ซึ่งภายในมีห้องลับอยู่ 2 ห้อง มีจิตรกรรมฝาผนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวของอยุธยาในอดีตอันรุ่งเรืองไม่แพ้ราชธานีใดในโลก เพราะมีการวาดภาพชาวต่างชาติอยู่ด้วย ทั้งทูตจากเมืองจีนที่ถือต้นไม้เงินต้นไม้ทอง แขกจากตะวันออกกลาง และภาพชาวต่างชาติอีกหลายภาพ ตอกย้ำถึงตำแหน่งเมืองท่าสำคัญของโลกในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี

วัดราชบูรณะยังเป็นที่เก็บสมบัติโบราณของกษัตริย์ที่สวรรคตแล้ว โดยในปีพ.ศ.2499 ได้มีการค้นพบสมบัติทำด้วยทองคำและเพชรนิลจินดามูลค่ามหาศาลประมาณค่าไม่ได้ซ่อนอยู่เต็มห้องลับในกรุ เหตุการณ์นี้กลายเป็นข่าวดังขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ สร้างเสียงฮือฮาไปทั่วประเทศ จนกระทั่งมีขโมยมาลักลอบขุดสมบัติไป เคราะห์ดีที่วันนั้นฝนตกหนัก ทำให้การขโมยเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ถึงแม้สุดท้ายจะจับกุมและยึดสมบัติของชาติกลับคืนมาได้ แต่ก็ได้มาเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ต่อมาในปี 2548 มีผู้เห็นพระมาลาทองคำจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกา จึงเกิดข้อถกเถียงกันว่าของดังกล่าวเป็นของจริงจากกรุวัดราชบูรณะหรือไม่ จนทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้

 

2. หมู่บ้านเปอร์เซีย

  

ชาวเปอร์เซียอาศัยอยู่แถบ “คลองประตูเทพหมี”  ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอยุธยา พูดอย่างนี้ผู้อ่านอาจจะงงว่ามันอยู่ตรงไหน ง่ายๆ เลยคือถ้าใครไปอยุธยา จะมีถนนเส้นหนึ่งที่มีร้านขายโรตีสายไหมอยู่เยอะๆ แม้แต่ร้านอาหาร ร้านตัดผม บ้านคนทั่วไป ก็ยังอุตส่าห์มีโรตีสายไหมวางขายจนได้ จนกลายเป็นอีกสีสันหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ต้องแวะมาซื้อโรตีสายไหมอยุธยากลับไปกินที่บ้าน

ถนนที่กล่าวถึงนี้อยู่ริมแม่น้ำ ชื่อถนนอู่ทอง ถึงแม้ชาวบ้านจะหนีสงครามไปตั้งแต่ช่วงเสียกรุงแล้ว แต่ภายหลังก็มีชาวมุสลิมกลับมาอาศัยอยู่ ถ้าข้ามแม่น้ำไปจะเจอมัสยิด 2 แห่งอยู่ใกล้ๆ กัน ละแวกนี้ยังมีร้านตัดผมชื่อ“อาลีบาร์เบอร์” ฟังไปฟังมาไม่รู้ทำไมแอบเหมือน “อาลีบาบา” ของแจ็คหม่าอยู่เหมือนกัน

 

3. หมู่บ้านโปรตุเกส

เป็นหนึ่งในหมู่บ้านฝรั่งที่มีชื่อเสียงของอยุธยา เสียดายที่ตัวหมู่บ้านไม่อยู่แล้ว มีแต่ซากปรักหักพังของโบสถ์เซนต์โดมินิคตั้งให้เห็นอยู่ แม่มะลิ หรือมารี กีมาร์ สาวสวยใจดี ทำขนมอร่อยขวัญใจแฟนๆ ละครเองก็เคยมาที่นี่ทุกวันอาทิตย์ เพราะเธอเติบโตที่หมู่บ้านนี้นี่เอง ภายหลังกรมศิลปากรได้ทำการขุดสุสานชาวคริสต์ด้านหลังโบสถ์ และพบโครงกระดูกมนุษย์อยู่จำนวนมาก มีการสันนิษฐานว่าในบรรดาโครงกระดูกที่พบนั้น อาจจะมีสักร่างที่เป็นของท้าวทองกีบม้า…..ไม่แน่ว่าถ้าเราไปเที่ยวชมสุสานนั้น อาจจะได้พบกับท้าวทองกีบม้าโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

แต่เคยคิดไหมว่าหลังเสียกรุงแล้ว ลูกหลานของแม่มะลิย้ายไปอยู่ที่ไหนกันหมด? 

คำตอบอยู่ที่สถานที่ถัดไป นั่นคือ….

 

4. ชุมชนฝรั่งกุฎีจีน

          

หลังจากกรุงศรีฯ แตก พระเจ้าตากใช้เวลาไม่นานก็กู้เอกราชคืนได้ และสร้างเมืองหลวงใหม่ที่ธนบุรี บรรดาชาวสยาม โปรตุเกส เปอร์เซีย จีน ฯลฯ ที่หนีตายมาได้ ต่างก็เดินทางมาสร้างบ้านสร้างเรือน เริ่มต้นชีวิตใหม่กันที่นี่ ชุมชนฝรั่งกุฎีจีนตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกๆ เช้า แสงแดดอ่อนๆ ของวันใหม่จะกระทบกับสายน้ำ เกิดสีสวยเป็นประกาย มอบความหวังแห่งการเริ่มต้นใหม่ให้ราชธานีแห่งนี้ ไม่นานโบสถ์ซางตาครูส โบสถ์คาทอลิคหลังใหม่ก็สร้างเสร็จด้วยน้ำพักน้ำแรงของทุกคน วันแล้ววันเล่า ชุนชนได้ก้าวข้ามผ่านวันเวลา จากยุคธนบุรีสู่รัตนโกสินทร์ มีสิ่งใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย รวมทั้ง “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ขนมชื่อดังประจำชุมชน

 นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่าหลังเสียกรุงแล้ว หลาน 2 คนของฟอลคอนและมารีถูกต้อนไปเป็นเชลยที่พม่า หนึ่งในนั้นคือจอห์น ซึ่งภายหลังหลบหนีกลับมาตั้งรกรากที่หมู่บ้านนี้ ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิง แต่งงานกับชาวโปรตุเกสที่มารับราชการในพม่า ต่อมาลูกสาวของทั้งคู่ได้แต่งงานและย้ายครอบครัวกลับมาที่นี่เช่นกัน เป็นไปได้ว่าทุกวันนี้ลูกหลานของฟอลคอนอาจจะยังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใดหลังหนึ่ง

(อาหารหาทานยากในโบสถ์ซางตาครูส)

และยังมีทายาทของฟอลคอนและมารีคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในชุมชน ชื่อ “แองเจลิน่า ทรัพย์” ภายหลังแต่งงานกับนายโรเบิร์ต ฮันเตอร์ นักธุรกิจชาวสกอตแลนด์ที่เข้ามาทำการค้าในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่ชาวบ้านสมัยนั้นออกเสียงภาษาอังกฤษไม่ถนัด เลยเรียก “นายหันแตร” โดยนายหันแตรคนนี้นี่เองที่เป็นแมวมองไปพบสองพี่น้อง “อิน จัน” และชวนทั้งคู่ไปแสดงโชว์ที่อเมริกา เกิดเป็นตำนานแฝดสยามอันลือลั่น จึงถือได้ว่าชุนชนแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในสยามตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว

พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เป็นที่รวบรวมของเก่าสไตล์วินเทจและนิทรรศการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชุมชน ส่วนด้านล่างเป็นคาเฟ่ มีทั้งกาแฟ น้ำผลไม้ เบเกอรี่ อาหาร และของที่ระลึก บรรยากาศน่านั่ง เหมาะจะมาเที่ยวชิลๆ เปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ เวลา 9.30 -18.00 เข้าชมได้ฟรี โดยรายได้ของที่นี่มาจากค่าอาหารเครื่องดื่มต่างๆ ในคาเฟ่ ดังนั้นใครที่แวะไปเที่ยว อย่าลืมอุดหนุนร้านเขาด้วยนะคะ

 

จะเห็นได้ว่าสถานที่ท่องที่เที่ยวสำหรับแฟนคลับตัวละครต่างชาตินี่ก็เยอะอยู่เหมือนกัน และยังเต็มไปด้วยเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมากมายให้ค้นคว้า การเดินทางก็ไม่ยากเลย โดยเฉพาะที่สุดท้ายเพราะอยู่ฝั่งธนฯ นี่เอง

ใครถูกใจบทความ แล้วกำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศพอดี อย่าลืมเข้าไปดูในเว็บไซต์ TheAsia.com ด้วยนะคะ

[Total: 1    Average: 5/5]