5 วิวขุนเขาสุดอลังการในอาเซียน ที่สุดท้ายแม้แต่ “ธานอส” ยังต้องไปเที่ยว!!!

พาเที่ยวฮอยอันในวันวิสาขบูชา
April 30, 2018
erawan waterfall national park in thailand
七个拜访伊拉旺国家公园的理由
May 8, 2018

พาเที่ยว 5 หุบเขาสวยๆ ในอาเซียน ธานอสจะไปที่ไหน ไปชมกัน

 

ช่วงนี้หนังฮิตที่คนพูดถึงกันมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Avengers: Infinity War ที่เพิ่งเข้าโรงไปหยกๆ โดยเป็นศึกที่ทุกคนต่างก็ลุ้นว่าจะจบอย่างไรกันแน่ เพราะทีมฮีโร่ต่างพากันรวมพลขนทัพมาแบบไม่ยั้ง ในขณะที่ทีมธานอสเองก็โหดไม่เบา แน่นอนว่าหลังดูหนังแล้วหลายๆ คนอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป แต่จู่ๆ ก็มีคนถามในพันทิปว่า…ไอ้ฉากทุ่งนาบนภูเขาสวยๆ ที่ธานอสไปนี่คือที่ดาวไหนกัน เลยอยากบอกว่ามันไม่ได้อยู่ดาวไหนหรอก อยู่บนโลกของเรานี่แหละ ที่สำคัญคืออยู่ในอาเซียนด้วย! วันนี้ TheAsia.com เลยอยากพาไปเที่ยว 5 วิวขุนเขาสุดอลังการในอาเซียน โดยที่สุดท้ายแม้แต่ “ธานอส” ยังต้องไปเที่ยว จะมีที่ไหนบ้างไปชมกันเลย

 

1. นิงห์บิงห์  เวียดนาม

   

จังหวัดนิงห์บิงห์ มีภูมิประเทศคล้ายๆ ฮาลองเบย์แต่ไม่ได้อยู่ในทะเล คนไทยเลยเรียกกันติดปากว่าฮาลองบก เป็นหุบเขาสีเขียวปุกปุยที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาและสายน้ำ เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามราวกับอยู่ในเทพนิยาย มีไฮไลท์อยู่ที่การไปนั่งเรือชมวิวริมแม่น้ำ ดูวิวภูเขาและท้องนาตลอดทาง ที่นี่ค่อนข้างห่างไกลจากผู้คน ถึงจะมีชาวบ้านมาทำนาแปลงใหญ่ แต่ภูเขาหลายลูกก็ยังไม่มีถนนไปถึง จึงยังไม่มีผู้คนไปอาศัยอยู่รอบๆ มีเพียงแพะเจ้าถิ่นที่มักไปเล็มหญ้าอยู่เป็นประจำ

นอกจากธรรมชาติแล้ว ในละแวกนี้ยังมี “ฮวาลือ เมืองหลวงแห่งแรกของเวียดนามเมื่อราว 1000 ปีก่อน หลังจากต่อสู้จนเป็นอิสรภาพจากจีน โดยเป็นเมืองใจกลางหุบเขาที่มีทางเข้าเป็นถนนสายเล็กๆ และ “ตามก๊ก บิ๊กด๋ง” อันแรกเป็นถ้ำหินปูนที่ลอดเข้าไปสำรวจได้ มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ส่วนอันหลังเป็นวัดเวียดนามโบราณภายในหุบเขา

นิงห์บิงห์มีข้อดีตรงที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองไทยมาก ใครที่ไม่อยากใช้วันลาสามารถไปเที่ยวได้สบายๆ ในช่วงเสาร์ – อาทิตย์ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ชาร์จพลังในวันหยุดไปอีกแบบ ที่สำคัญคือถ้าไปเที่ยวช่วงนี้จะวิวสวยมากๆ

การเดินทาง:สามารถบินจากกรุงเทพไปฮานอย แล้วซื้อทัวร์ท้องถิ่นเช้าไปเย็นกลับ จากฮานอยไปเที่ยวนิงห์บิงห์ ฮวาลือ ตามก๊ก บิ๊กด๋งได้เลย 

ฤดูน่าเที่ยว: เหมาะจะไปช่วงพฤษภาคม – มิถุนายน เพราะได้เห็นทุ่งนาสีเขียวชอุ่มเหมือนในภาพ ที่สำคัญคือฝนตกไม่มาก

 

2. พุกาม พม่า

  

พุกาม มีความหมายว่า ปราบศัตรูราบคาบ เป็นอาณาจักรโบราณแห่งแรกของพม่าที่เจริญรุ่งเรืองเมื่อหนึ่งพันกว่าปีก่อน เต็มไปด้วยวัดวาอารามมากมาย ได้รับการยกย่องว่าสวยไม่แพ้นครวัดนครธมในเขมร จนมีคำกล่าวโดยนักประวัติศาสตร์ชื่อดังชาวอังกฤษว่า “See Angkor Wat and die, See Bagan and live.” แค่เห็นนครวัดก็ตายตาหลับแล้ว แต่ถ้าได้เห็นพุกามจะอยากมีชีวิตต่อ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะด้วยทัศนียภาพของเจดีย์สีอร่ามสวยงามสุดลุกหูลุกตาที่ขึ้นแซมกับผืนป่า ตามมาด้วยภาพเทือกเขาที่ตั้งอยู่ไกลๆ เป็นแบ็คกราวน์ ใครที่ได้มาชมด้วยตาตัวเองก็คงเห็นพ้องต้องกันว่าที่นี่เป็นหนึ่งในวิวที่สวยที่สุดที่เราเคยได้เห็นในชีวิตเลยทีเดียว จนมีแรงบันดาลใจอยากไปท่องเที่ยวอีก จะได้พบเห็นสถานที่สวยๆ ในปลายทางถัดไปบ้าง

การเดินทาง:บินจากไทยไปเที่ยวเมืองมัณฑะเลย์ก่อน แล้วนั่งรถจากมัณฑะเลย์ไป 4-5 ชั่วโมง ถ้ามาทางย่างกุ้งสามารถนั่งเครื่องบินหรือรถทัวร์ไปก็ได้

ฤดูน่าเที่ยว: หน้าหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) เพราะถ้าไปหน้าร้อนจะร้อนมาก ส่วนช่วงนี้ (พฤษภาคม – ตุลาคม)จะมีฝนตกค่อนข้างเยอะ

 

3. เคลิมูตู  อินโดนีเซีย

  

ภูเขาไฟเคลิมูตู ตั้งอยู่บนเกาะฟลอเรสของอินโดนีเซีย เป็นภูเขาไฟที่มีทะเลสาบ 3 สีอยู่บนปากปล่อง ได้แก่ สีฟ้าสดใส สีเขียวขุ่น และสีดำ มีเรื่องเล่าจากชาวบ้านว่าทะเลสาบเหล่านี้เป็นที่อยู่ของวิญญาณคนที่ตายไปแล้ว สีเขียวเป็นที่อยู่ของวิญญาณหนุ่มสาว สีฟ้าเป็นของคนแก่ และสีดำเป็นของปีศาจร้าย ส่วนในทางวิทยาศาสตร์พบว่าสีทั้งสามของทะเลสาบเกิดจากแร่ธาตุภายในที่ไม่เหมือนกัน ที่รังสรรค์จนกลายเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามจนไม่น่าเชื่อว่าอยู่บนดาวเคราะห์ของเรานี่เอง

การเดินทาง:นั่งเครื่องบินจากไทยไปบาหลี ต่อเครื่องไป Labuan Bajo แล้วต่ออีกเที่ยวไป Ende จากนั้นนั่งรถบัสหรือเหมารถส่วนตัวไปภูเขาไฟ

ฤดูน่าเที่ยว: ต้องไปช่วงที่ฝนไม่ตก โดยเฉพาะกรกฎา – สิงหาจะดีเป็นพิเศษ

 

4. คินาบาลู มาเลเซีย

      

คินาบาลู ตั้งอยู่เกาะบอร์เนียวในเขตมาเลเซีย เกาะซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ เต็มไปด้วยป่าดงดิบที่มีความมหัศจรรย์มากมายรอให้ไปค้นพบราวกับอยู่ในหนังอินเดียน่า โจนส์ แต่นอกจากป่าดิบชิ้นแล้ว บอร์เนียวยังมีคินาบาลู ยอดเขาที่มีความสูงจากน้ำทะเลถึง 4,095 เมตร ถึงแม้ด้านล่างจะมีหมู่บ้านที่มีวัฒนธรรมโดดเด่น ป่าเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์ต่างๆ และดอกไม้กินแมลงหายาก แต่ ณ ยอดเขานั้น หากไม่นับหญ้าแห้งๆ ที่ขึ้นแซมระหว่างรอยต่อหินแบบประปรายนั้น ด้านบนมีเพียงหินสีเทาแข็งแกร่งที่รับแสงอาทิตย์ก่อนสถานที่ใดๆ ท่ามกลางทะเลเมฆสีขาวราวกับจินตนาการ เป็นความสูงที่ถึงแม้จะดูโดดเดี่ยวแต่ก็แข็งแกร่งทรนง น่าเกรงขาม

การเดินทาง:นั่งเครื่องจากไทยไปกัวลาลัมเปอร์ แล้วต่อเครื่องไปเมืองโคตาคินาบาลู แล้วซื้อทัวร์ท้องถิ่นที่สามารถพาขึ้นเขาได้

ฤดูน่าเที่ยว: มกราคม-มีนาคม เพราะไม่เจอฝน

 

5. บานาเว ฟิลิปปินส์

  

สถานที่สุดท้ายนี้จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากบานาเว (Banaue Rice Terraces) นาขั้นบันไดในฟิลิปปินส์ที่เป็นหนึ่งในฉากของ Infinity War ที่เป็นประเด็นพูดถึงกันอย่างเผ็ดร้อน ด้วยทิวทัศน์ของทุ่งนาสีเขียวเป็นขั้นๆ และบ้านไม้หลังน้อยที่กระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของหุบเขา ทำให้บานาเวถูกชาวพันทิปเข้าใจผิดว่าอยู่นอกโลกเลยทีเดียว จึงเป็นข่าวดีของชาวไทยที่อยากไปเที่ยว เพราะฟิลิปปินส์กับไทยความจริงก็อยู่ห่างกันไม่มากนัก ที่สำคัญคือนอกจากความสวยของธรรมชาติแล้ว บานาเวยังเป็นที่อยู่ของชนเผ่า Ifugao ที่อพยพจากไต้หวันลงมาตั้งรกรากในฟิลิปปินส์เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมซึ่งเติมเสน่ห์ให้บานาเวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การเดินทาง:บินจากกรุงเทพไปมะนิลา แล้วนั่งรถบัสราวๆ 9-11 ชั่วโมง

ฤดูน่าเที่ยว:

มิถุนายน – กรกฎาคม ทุ่งนาเป็นสีเขียวอ่อน

สิงหาคม – กันยายน ทุ่งนาเป็นสีเขียวเข้ม

ตุลาคม – พฤศจิกายน ทุ่งนาเป็นสีเหลือง

 

ทั้งหมดนี้คือ 5 วิวภูเขาสวยๆ ทั่วอาเซียนที่ TheAsia.com นำมาฝาก จากที่ดูข้อมูลแล้ว ถ้าอยากไปเที่ยวช่วงนี้ นิงห์บิงห์ดูจะตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคนที่ไม่มีเวลาวางแผนเที่ยวแล้วลาหยุดนานๆ เนื่องจากเดินทางสะดวก สามารถบินตรงจากกทม.ไปฮานอยได้เลย แล้วจองทริปเช้าไปเย็นกลับฮานอย – นิงห์บิงห์ แถมช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่วิวสวยที่สุดด้วย ไม่เหมือนสถานที่อื่นๆ ที่ต้องต่อเครื่อง 2-3 เที่ยว ไม่ก็ต้องนั่งรถบัสหลายๆ ชั่วโมง จึงถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้ตัดสินใจกัน

[Total: 1    Average: 5/5]